ไวรัสโรต้าเป็นอีกโรคหนึ่งในปัจจุบันที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับอาการท้องเสีย มีน้ำมูก อาเจียน โดยส่วนใหญ่คนที่เป็นโรคนี้ได้มักจะไม่มีภูมิต้านทานที่สูงมากนัก แต่โรคชนิดนี้สามารถรักษาหายได้จึงไม่จำเป็นต้องกังวลนัก ในบทความจะมาพูดถึงไวรัสโรต้าให้รู้จัก รวมถึงวิธีรักษาและป้องกันว่าควรทำอย่างไร
เรื่องเกี่ยวกับไวรัสโรต้าที่ควรรู้
ไวรัสโรต้าเป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่สามารถพบได้ในน้ำ อาหาร อุจจาระ และสิ่งที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน โดยจะเกิดขึ้นกับคนที่มีภูมิต้านทานต่ำ ส่วนมากแล้วพบในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งวัยที่พบมากกว่าวัยอื่น ๆ นั้นก็คือวัยเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนถึงอายุ 2 ปี โดยโอกาสที่จะติดเชื้อง่ายอยู่ในช่วงฤดูหนาว อีกทั้งมีจำนวนเพิ่มขึ้นด้วย คนที่เป็นโรคนี้มีอาการท้องเสีย อาเจียน ขับถ่ายอุจจาระเป็นน้ำในช่วงตั้งแต่ 3 ถึง 9 วัน แต่สามารถหายเองได้แม้จะไม่ได้ใช้ยา มีอาการเป็นไข้ต่ำ ๆ รวมถึงอาการไอเล็กน้อยที่ออกอาการก่อน แล้วมีน้ำมูกตามมาด้วย สำหรับใครก็ตามที่เสียน้ำจากทางการถ่ายอุจจาระเป็นจำนวนมาก และไม่มีเกลือแร่หรือน้ำที่รับมาทดแทนในส่วนที่เสียไปอย่างเพียงพอ ผู้ป่วยคนนั้นอาจถึงขั้นเสียชีวิตเนื่องมาจากการช็อกเลยก็ได้
วิธีรักษาและป้องกันไวรัสโรต้า
สำหรับใครก็ตามที่ติดเชื้อไวรัสโรต้า สามารถรักษาโรคนี้ให้หายได้ซึ่งวิธีรักษาและป้องกันนั้น สามารถกล่าวได้ดังต่อไปนี้
- วิธีรักษา
- รับประทานอาหารที่ร่างกายย่อยได้ง่ายปราศจากไขมัน ยกตัวอย่างคือ ข้าวต้ม
- หลีกเลี่ยงการทานยาปฏิชีวนะเนื่องจากไม่ช่วยเรื่องการรักษาใด ๆ
- ดื่มน้ำที่มีส่วนผสมของเกลือแร่เพื่อที่จะทดแทนน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป
- สำหรับเด็กเล็กหรือคนที่ไม่ได้ดื่มน้ำและรับประทานอาหารได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ให้เข้าไปพบแพทย์
- วิธีป้องกัน
- ดื่มน้ำที่บริสุทธิ์และรับประทานอาหารที่สะอาดปลอดภัย
- ทำความสะอาดของเล่นสำหรับเด็กซึ่งเป็นของเล่นที่มีความเสี่ยงว่าเด็กจะเอาเข้าปากได้
- ดื่มนมแม่
- ก่อนหรือหลังรับประทานอาหารและเข้าห้องน้ำให้ล้างมือก่อนทุกครั้ง
- ปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะนำเด็กวัย 6-15 สัปดาห์ไปฉีดวัคซีน
จากบทความจะทำให้ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับไวรัสโรต้าว่าเป็นโรคชนิดหนึ่งที่หายเองได้เมื่อมีการรักษาที่ดี และสามารถป้องกันไม่ให้เกิดโรคดังกล่าวเมื่อทำตามวิธีการป้องกันที่พูดถึงในบทความข้างต้น แม้ว่าจะเป็นโรคที่ไม่ได้ร้ายแรงมากแต่ก็ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกหงุดหงิดรำคาญได้ เพราะฉะนั้นจงสร้างภูมิต้านทานให้ดีเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคนี้
