ใครที่เข้าสู่วัยทำงาน และเริ่มงานมาได้สักพัก ก่อนที่จะเริ่มรู้สึกว่าปวดเมื่อยตามตัว ไม่แน่ว่าคุณอาจจะกำลังเป็นออฟฟิศซินโดรมก็เป็นได้ อาการขั้นต้นของออฟฟิศซินโดรมคือ มีอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณใดบริเวณหนึ่งอย่างชัดเจน เช่น บริเวณคอ หรือช่วงบ่า บางกรณีอาจจะมีอาการที่หนักกว่าจนอาการเย็น รู้สึกวูบง่าย หรือแม้แต่อาการแขนขาชาก็มีอีกเช่นเดียวกัน
ผู้อ่านคนใดที่อ่านมาถึงจุดนี้ และโดนเข้ากับตัวเองในหลายประเด็น บทความชิ้นนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกกับประเด็นของโรคยอดนิยมที่เหล่ามนุษย์ออฟฟิศเป็นกันมากที่สุด ถ้าพร้อมแล้วที่จะไปลงลึกทั้งวิธีป้องกัน และวิธีรักษาของโรคออฟฟิศซินโดรมก็ไปติดตามกันต่อได้เลย
วิธีรักษา และวิธีป้องกัน
แน่นอนว่าการเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมนี้เป็นโรคที่ทั้งอันตราย และน่าเบื่อมาก ๆ เนื่องจากอาการปวดเมื่อยที่ทำให้คุณรู้สึกว่าทำอะไรได้ไม่เต็มที่ตลอดทั้งวัน โรคประเภทนี้มีวิธีรักษาที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้อ่านได้ลองเลือก และนำไปปรับใช้กัน จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างไปติดตามเนื้อหาที่นำมาฝากต่อได้ ดังนี้
1. การออกกำลังกาย
จริง ๆ แล้วคำว่ากีฬา ๆ เป็นยาวิเศษ ไม่ใช่เรื่องที่เกินจริงแต่อย่างใด เพราะการออกกำลังกายประเภทยืดกล้ามเนื้อเป็นวิธีที่จะช่วยรักษาอาการออฟฟิศซินโดรมได้ และยังเป็นการฝึกกล้ามเนื้อให้มีความยืดหยุ่นเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นออฟฟิศซินโดรมได้อีกด้วย
2. การฝังเข็ม
ใครที่เบื่อกับอาการออฟฟิศซินโดรม และต้องการหยุดความหน่วงของร่างกาย การฝังเข็มเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะการฝังเข็มจะเป็นการยับยั้งความเจ็บ ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และปรับสมดุลให้กับอวัยวะต่าง ๆ ได้ดีขึ้น
3. กายภาพบำบัด
จะดีกว่าไหมถ้าทุกการออกกำลังกาย และอาการป่วยของคุณได้ถึงมือผู้เชี่ยวชาญ นักกายภาพบำบัดจะช่วยดูแลอาการของคุณ และแนะนำทั้งขั้นตอนการออกกำลังกายที่จำเป็น และวิธีรักษาอาการหน่วงของร่างกายให้กลับมาดีขึ้นแบบที่คุณจะคาดไม่ถึง ใครที่เริ่มมีอาการออฟฟิศซินโดรมหนัก ๆ ตัวเลือกนี้แนะนำอย่างมาก
นอกจาก 3 วิธีข้างต้นที่ได้แนะนำไปยังมีวิธีอื่น ๆ ประกอบร่วมด้วยในการรักษา และดูแลอาการออฟฟิศซินโดรมอีก ไม่ว่าจะเป็นการทานยา แต่ก็ไม่ควรทานมาก หรือต่อเนื่อง เพราะยาเองก็เป็นสารเคมีที่มีผลต่อร่างกายโดยตรงเช่นเดียวกัน หรือจะการไปนวดแผนไทยที่จะช่วยทำให้ผู้ที่ป่วยเป็นอาการออฟฟิศซินโดรมรู้สึกสบายทั้งตัว และจิตใจอย่างแท้จริง
