มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่จัดว่าอยู่ในอันดับ 3 ของโรคที่พบบ่อย ซึ่งเป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงไทย อันตราการเสียชีวิตต่อวันคือจำนวน 12 ราย อันเป็นสถิติของปี พ.ศ. 2560 มะเร็งชนิดนี้จะเกิดขึ้นบริเวณช่องคลอดของผู้หญิงหรือก็คือปากมดลูกนั่นเอง ในบทความจะมากล่าวถึงโรคมะเร็งปากมดลูกว่ามีอาการและวิธีป้องกันเป็นอย่างไร
เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูก
มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่เกิดกับผู้หญิง โดยจะเป็นเนื้อก้อนร้ายที่อยู่ในช่องปากมดลูกหรือช่องคลอด คนที่เป็นโรคนี้และเป็นกลุ่มเสี่ยงนั้นส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้หญิงที่อยู่ในช่วงอายุ 35-50 ปี สาเหตุที่ทำให้เป็นโรคมะเร็งปากมดลูกนั้นจะมาจากการติดเชื้อไวรัสที่เรียกว่า HPV มีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคชนิดนี้นั่นก็คือการสูบบุหรี่ที่มากจนเกินไป ผู้หญิงคนไหนสูบบุหรี่ย่อมมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก ไม่เพียงเท่านั้นคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือก็คือร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่บกพร่องก็อาจจะเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้ นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงอื่นอีกมากมาย ยกตัวอย่างคือ การมีเพศสัมพันธ์ก่อนเวลาอันควรหรือก็คือการมีความสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามในวัยที่ไม่เหมาะสม การกินยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน ๆ ติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง หรืออีกปัจจัยหนึ่งก็คือการเปลี่ยนคู่นอนครั้งละหลาย ๆ คนเป็นประจำ
อาการของโรคมะเร็งปากมดลูก
สำหรับอาการที่เกิดขึ้นเมื่อเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกนั้น จะมีอาการที่สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ หากใครก็ตามที่มีอาการตามนี้ก็แสดงว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก ซึ่งกล่าวได้ดังต่อไปนี้
- ตกขาวมีจำนวนที่มากกว่าปกติ
- ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ หรืออีกกรณีหนึ่งก็คือการปัสสาวะในความถี่ที่มาก
- เลือดมาเยอะมากกว่าปกติในช่วงที่มีประจำเดือน หรือมีเลือดทางช่องคลอดที่ออกผิดปกติ
- อาจมีก้อนเนื้อบริเวณปากมดลูกหรือมีแผลในบริเวณนั้น
มีการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกอย่างไร
การป้องกันมะเร็งปากมดลูกอันเป็นโรคที่ร้ายแรงมากสำหรับผู้หญิงทั้งหลายนั้น จะมีวิธีป้องกันเพื่อลดโอกาสที่จะเกิดโรคนี้ต่อตนเอง โดยสามารถกล่าวได้ดังนี้
- ไม่สูบบุหรี่
- มีเพศสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามแบบปลอดภัยโดยนำถุงยางอนาภัยมาใช้
- ฉีดวัคซีนเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ HPV
- มีคู่นอนแค่เพียงคนเดียว
จากบทความนี้จะทำให้หลาย ๆ คนได้ทำความรู้จักกับโรคมะเร็งปากมดลูกซึ่งเป็นโรคที่เกิดขึ้นแค่เฉพาะผู้หญิงเท่านั้น เพราะโรคนี้จะมีลักษณะเป็นก้อนเนื้อร้ายอยู่บริเวณปากมดลูก ใครที่ไม่อยากเป็นโรคดังกล่าวก็ควรมีการป้องกันที่ดี แน่นอนว่าเมื่อเป็นโรคนี้แล้วจะรักษาได้ยาก หรืออาจรักษาไม่ได้เลย
